การถัวเฉลี่ยต้นทุนของทรัพย์สินที่ลงทุน

โดยทั่วไปการลงทุนมีสองแบบ แบบเป็นระบบและแบบไม่เป็นระบบ แบบเป็นระบบเป็นการลงทุนแบบประจำสม่ำเสมอ และไม่ต้องอาศัยอารมณ์ความรู้สึกและความกล้ามาตัดสิน ท่านนำเงินจำนวนตายตัวมาเข้ากองทุนเป็นประจำทุกเดือน ไม่ว่าตลาดจะมีภาวะอย่างไรและราคาหน่วยลงทุนจะขึ้นหรือลงก็ตาม ถ้าราคาหน่วยลงทุนปรับลดลง ท่านก็ซื้อหน่วยได้มากขึ้น ถ้าราคาหน่วยลงทุนปรับเพิ่มขึ้น ท่านก็ซื้อหน่วยได้น้อยลง

วิธีนี้เรียกว่าวิธีเฉลี่ยต้นทุนของหน่วยลงทุน หมายถึงต้นทุนเฉลี่ยของหน่วยลงทุนของท่านจะน้อยกว่าต้นทุนของหน่วยลงทุนที่ซื้อมาด้วยเงินลงทุนเพียงก้อนเดียวในจำนวนเเงินเท่ากันกับเงินลงทุนเป็นงวดๆรวมกัน กล่าวอีกนัยหนึ่งคือหากราคาหน่วยลงทุนผันผวน ท่านจะสามารถซื้อหน่วยลงทุนได้มากกว่า

สถิติย้อนหลังที่ผ่านมามีความชัดเจนมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีภาวะผันผวนสูง ดังที่กราฟข้างล่างได้แสดงไว้

เมื่ออารมณ์พาไป

ทุกๆปี ดัลบาร์ อิงค์ เผยแพร่บทวิเคราะห์ผลกระทบต่อการซื้อและขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมในสหรัฐฯ แม้ตัวเลขอาจแปรผันไปในแต่ละปี แต่ผลลัพท์ยังคงเป็นเช่นเดิม โดยนักลงทุนส่วนใหญ่ได้รับผลตอบแทนที่น้อยกว่าระดับที่ผลการดำเนินงานของกองทุนรวมชี้นำอย่างมีนัยสำคัญ

เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น คำตอบอยู่ที่จังหวะของตลาด พวกเราทั้งหมดมักจะเชื่อมั่นว่าตนเองสามารถรู้ว่าจังหวะการลงทุนหรือเลิกลงทุนที่ดีจะมาถึงเมื่อใด แต่โชคก็มีส่วนสำคัญพอๆกับความชำนาญ แต่ส่วนใหญ่จะโชคไม่ดี ที่สำคัญคำแนะนำที่มีมานาน ที่ให้ซื้อตอนราคาต่ำและขายตอนราคาสูงเป็นสิ่งที่ฟังดูง่ายและมีเหตุผล แต่พฤติกรรมของเราที่ไม่เป็นระบบทำให้เราหลายคนทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับคำแนะนำ

ดัลบาร์ แสดงข้อมูลในช่วงนานกว่า 20 ปีที่ผ่านมาถึง 31 ธ.ค. 2550 นักลงทุนในกองทุนหุ้นส่วนใหญ่จะได้กำไรต่อปีในอัตราเพียง 4.5% ซึ่งต่ำกว่าดัชนี เอส แอนด์ พี 500 มากกว่า 7% ต่อปี นอกจากนี้เงินที่ลงทุนไป 10,000 เหรียญในกองทุนหุ้นในครั้งเดียว น่าจะทำกำไรได้เพียง 14,011 เหรียญ เทียบกับที่จะทำได้ 21,036 เหรียญจากการลงทุนแบบประจำสม่ำเสมอ ที่นำ 10,000 เหรียญมาเฉลี่ยเป็นงวด งวดละเท่ากันเป็นเวลา 240 เดือน (โปรดดูกราฟต่อไปนี้) ดังนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะทำได้คือการลงทุนแบบประจำสม่ำเสมอและต่อเนื่องไปเรื่อยๆ